วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

บูรพาพยัคฆ์: เมื่อ เสือ ใกล้สิ้นลม สัญญาณสงครามกลางเมืองเริ่มขึ้นแล้ว


บูรพาพยัคฆ์ นั่งเรียงกันแถลงข่าวในนาม ศอฉ. โดยมี ไก่อู เป็นตัวเปิดประเด็นโกหกรายวัน เมื่อวานนี้ (16 พค. 53) เป็นการเปิดฉาก ส่งสัญญาณ ความรุนแรงที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า

ทหารอ้างว่า ผู้ชุมนุมติดอาวุธ อันตราย จะทำร้ายทหาร จึงต้องใช้อาวุธสงครามต่อสู้ ทหารอ้างว่า โดนผู้ชุมนุมยิงด้วยอาวุธสงคราม ทั้ง M79 ปืนพก และ อื่นๆ จนทำให้ ประชาชนตาย กว่า 20 ชีวิต ทหารไม่ตายซักคน

ทำไมผู้ก่อการร้าย ถึงมีฝีมือดี ขนาดนี้ ขนาดทหารยืนรวมกันเป็นแผง เรียงแถว ยังยิงไม่โดน (เป็นผู้ก่อการร้ายที่โง่ที่สุดในโลก)

ในขณะที่ทหารไทย บางคน พูดไทยไม่ได้ พูดได้แต่ภาษาเขมร ถูกสั่งให้ยิงพื้น ยังโดนหัวประชาชนได้ ทำไมมันเก่งขนาดนั้น

บูรพาพยัคฆ์ กำลังทำทุกวิถีทางเพื่อดำรงอำนาจในกองทัพไว้ไม่ให้เสื่อมคลาย โดยตั้งใจจะทำทุกอย่างแม้แต่จะต้องฆ่าคนอีกมากน้อยแค่ไหน

อภิสิทธิ์ เองก็รู้ตัวดี มีสติสัมปชัญญะครบถ้วนสมบูรณ์ มีความเข้าใจในสถานการณ์ และ ต้องการที่จะสลายการชุมนุมด้วยการบังคับ แม้ว่าจะต้องสังเวยชีวิต ประชาชนคนไทยเป็นร้อยศพ อภิสิทธิ์ ก็มีท่าทีรับได้ กับความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น

บูรพาพยัคฆ์ กำลังฝากอนาคตที่ตกเหวอยู่แล้วของตัวเอง ให้นักการเมืองดึงมือไปลงเหวที่ลึกกว่า

เสียงแล้ว เสียงเล่า ภาพแล้ว ภาพเล่า ที่ออกไปตามสื่อทั่วโลก เป็นหลักฐานแสดงความอำมหิตของรัฐบาลไทยที่ไร้วุฒิภาวะ กระหายเลือด กระหายอำนาจ กระหายสงคราม

แม้นในบูรพาพยัคฆ์ จะมีสัตว์กระหายเลือดอยู่ตัวสองตัว แต่เชื่อแน่ว่า คนอื่นๆ ยังคงตั้งมั่นอยู่ใน ศีลธรรม

วันนี้ อภิสิทธิ์ เตรียมประกาศกฎอัยการศึก หมายใช้กำลังบังคับให้ประชาชนหยุดชุมนุม บูรพาพยัคฆ์จะได้รับดาบ มาสร้างความสูญเสียให้แก่พี่น้องประชาชน

สัญญาณสงครามกลางเมืองร้องดังขึ้นมาทุกที บูรพาพยัคฆ์ ยังต้องการความสูญเสียเพิ่มเติมหรือไม่ อภิสิทธิ์ เตรียมโยนความผิดทั้งหมดทั้งปวงให้ทหารเพราะรู้ดีว่าถ้าดำเนินการต่อไป ปฏิบัติการทางทหารต่อไป ยังไงก็ต้องเกิดความสูญเสียใหญ่หลวงขึ้นแน่นอน

เสือ จะเดินหน้าฆ่าช้างสาร หรือ จะหันหลังไปตะปบ หมา ให้หลีกทาง ก็อยู่ที่ทหารเองทั้งนั้น

บูรพาพยัคฆ์ จะเดินหน้าฆ่าประชาชนต่อ หรือ จะหลบฉากให้นักการเมืองสู้กันเอง

การประกาศกฎอัยการศึก เป็นระฆังแห่งสงครามกลางเมือง

วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ยอมฆ่าคน เพื่อ ปกป้อง เทพเทือก: สัญญาณสงครามกลางเมือง




อีก 27 ชีวิตที่ต้องสังเวยไปในเพียงชั่วข้ามคืน เท่าที่ผู้เขียนทราบ เมื่อรวมกับ 29 ศพ ก่อนหน้านี้ เราได้เสียชีวิตคนไทยไปแล้ว เกือบ 60 ชีวิต ณ เวลานี้ เป็น 27 ชีวิตที่ต้องสูญเสีย เพื่อที่จะให้ได้มา ซึ่งการยืดเวลาเข้ามอบตัวเป็นผู้ต้องหาของ นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ

รัฐบาลยอมแลก 27 ชีวิตของประชาชนคนไทย เพื่อที่ เทพเทือกจะได้ไม่ต้อง พิมพ์รายนิ้วมือ หรือ รับทราบข้อกล่าวหา จึงเห็นได้ชัดว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ความสำคัญกับ นักการเมืองมากกว่า ชีวิต ของพี่น้องประชาชนคนไทยด้วยกัน

ความรับผิดชอบชั่วดี ของนักการเมืองไทย จึงไม่มีอยู่จริงในประเทศนี้ โดยเฉพาะ นักการเมือง ในฝ่ายรัฐบาลที่ยุ อภิสิทธิ์ ให้ ฆ่า อย่าปราณี

น่าอนาถใจ เป็นที่สุด เมื่อรัฐใช้อำนาจปิดบังการสื่อสาร ไม่ให้ประชาชนคนไทยได้รับข่าวสารอย่างรอบด้าน

ความรู้สึกที่คนไทยยอมแลก ชีวิตประชาชน เพื่อไม่ให้ คน คนเดียว ต้องพิมพ์ลายนิ้วมือ เป็นสัญญาณบ่งบอกถึง ความล้มเหลวของรัฐไทย ความล้มเหลวของประเทศไทย ความล้มเหลวของสังคมไทย เป็นความล้มเหลวของจริยธรรมในสังคมไทย ที่ยอมให้ รัฐบาล ใช้กำลังทหารพร้อมอาวุธสงคราม เข้าปฏิบัติการต่างๆ โดยไม่มีการท้วงติงผ่านสื่อกระแสหลัก

การเรียกร้องความยุติธรรมให้คนตาย ทำให้คนไทยต้องตายเพิ่ม การเรียกร้องให้ เทพเทือก ไปพิมพ์ลายนิ้วมือ ต้องแลกด้วย ศพ คนไทยอีกกี่ศพ

ประเด็นหลักคือ นาทีนี้ รับบาลผู้มีอำนาจอยู่ในมือ ต้องเก็บอาวุธสงครามทั้งหมด อย่าให้มีอาวุธสงครามปลิดชีวิตออกมาเดินอยู่ตามท้องถนน รัฐต้องหยุดความสูญเสียต่อชีวิต และ ร่างกายของพี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุด ในทันที

นาทีนี้ รัฐ ยังไม่ได้แสดงออกใดๆในทาง ที่จะทำให้ยุติความสูญเสีย ต่อชีวิต ร่างกาย และ ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนคนไทย สิ่งที่เราเห็นและได้ยิน เป็นเพียงการยืนยันจากรัฐ ว่า จะปฏิบัติการต่อไป และ ความสูญเสียที่เกิดขึ้น ล้วนแล้วแต่ เกิดจากการป้องกันตัวของทหารทั้งสิ้น

ผมขอร่วมเรียกร้องให้ รัฐบาล สั่งถอนทหารออกจากพื้นที่ ทันที เพื่อลดปริมาณอาวุธสงครามในท้องถนน

ผมขอร่วมเรียกร้องให้ รัฐบาล สั่งการให้ยกเลิก พรก. ฉุกเฉิน และ พรบ. มั่นคง ในทุกพื้นที่

ผมขอร่วมเรียกร้องให้ รัฐบาล ยุติการควบคุม กดดัน สื่อกระแสหลัก และ สื่อกระบอกเสียงของพี่น้องประชาชน

ผมขอร่วมเรียกร้องให้ นายอภิสิทธิ์ และ นายสุเทพ เข้ามอบตัว เป็นผู้ต้องหาคดี สั่งฆ่าประชาชน

ผมขอเรียกร้องให้ รัฐบาลเร่งปฏิบัติการตามข้อเรียกร้องเหล่านี้ในทันที

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ข้อเสนอทางยุทธศาสตร์ เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบ [13 พ.ค. 53]


ผมไม่ทราบว่า พี่วีระ ขอตัวไปพักเพราะอะไร ถึงแม้จะมีข่าวเรื่องที่พี่วีระ ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมต่อไปก็ตาม และ ผมก็ไม่ได้สนใจว่ารัฐบาลทรราช จะตัดน้ำตัดไฟ ตัดโทรศัพท์ ทำหอกอะไร เพราะมันไม่มีค่าอยู่ในสายตา

สิ่งที่ผมเป็นห่วง คือ เรื่องก้าวต่อไปของผู้ชุมนุม เรื่องความปลอดภัยของแกนนำผู้ชุมนุมทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น เรื่องอิสรภาพในการสื่อสารไม่ว่าจะเป็น people channel ทั้งวิทยุชุมชน ทั้งเวปไซท์ต่างๆ และเรื่องการดำเนินคดีกับทรราชผู้สั่งฆ่าพี่น้องประชาชน

ผมอยากจะขอนำเสนอทางเลือกทางยุทธศาสตร์ ให้แกนนำ ลองพิจารณาครับ

ประเด็นคือ รัฐบาลทรราชมันหน้ามืดมากๆครับ จากอาการที่ออกทีวีอยู่ทุกวี่วัน จึงเป็นไปได้สูงที่มันจะใช้กำลังปราบปรามผู้ชุมนุมอีกครั้ง ซึ่งเราก็ไม่อาจยอมให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงเช่นเมื่อ 10 เมษา ขึ้นอีกครั้ง แต่เราก็ยังเป็นห่วงเรื่องพลังในการกดดันให้ ทรราชเทือก มอบตัวเป็นผู้ต้องหา

ข้อเสนอของผมคือ เราควรจะย้ายสถานที่ชุมนุม ครับ

การย้ายสถานที่ชุมนุมจาก ราชประสงค์ ไปจุดอื่นในกรุงเทพ เช่น สนามหลวง จะเป็นการเคลื่อนไหวทางยุทธศาสตร์ที่ดี เช่น

๑. แกนนำยังได้รับการคุ้มครองจากพี่น้องประชาชน และ พี่น้องผู้ชุมนุมที่ยัง อยากสู้ (ตามหลักสันติวิธี) ก็ยังได้สู้ต่อ
๒. ผู้ชุมนุมยังสามารถ กดดัน ให้รัฐบาลส่ง ทรราชเทือกไปมอบตัว และ กดดันให้รัฐบาลคืน สื่อต่างๆ
๓. การ ย้าย ที่ชุมนุม เป็นการแสดงความจริงใจ ให้สังคมเห็นว่า จริงๆนะ นปช. พร้อมปรองดอง ตามข้อแม้ที่เสนอไป
๔. พี่น้องยังสามารถ ลด สกัด ความเคลื่อนไหวของ ทหารเลว ไม่ให้เปิดโอกาสใช้กำลังกับผู้ชุมนุม และถ้าใช้ สังคมก็จะกดดัน ศอฉ. อย่างมีใจร่วมกับ นปช.
๕. การ ย้าย จะช่วยลดความชอบธรรม และ ข้ออ้างที่ยังต่ออายุ พรก. ฉุกเฉินร้ายแรง และ พรบ. ความมั่นคง เพราะเราไม่ได้ขัดขวางการจราจรอีกต่อไป
๖. การย้ายที่ชุมนุม โดยที่การชุมนุมไม่ได้ยุติ จะสร้างความได้เปรียบในการเคลื่อนไหวได้มากขึ้น เช่น หากจะกดดัน DSI ก็ สามารถ เดินขบวนไปที่ DSI ได้โดยที่ไม่ถูกสกัด จากเจ้าหน้าที่ที่มีอาวุธ สงคราม
๗. การที่ นปช. ยอม “ย้าย” เพราะถูกรัฐบาล “รังแก” จะช่วยเพิ่มแนวร่วมทางสังคมได้ทั้งในระยะสั้น และ ระยะยาว

ทั้งเจ็ดข้อที่ผมเสนอ ทำได้โดยการ “ย้าย” สถานที่ชุมนุม ซึ่งผมมั่นใจว่า เป็นผลดีมากกว่าผลเสีย และไม่ได้ลดแรงกดดัน รัฐบาลทรราชชุดนี้แต่อย่างใด เพราะ ผู้ชุมนุมสามารถเคลื่อนที่ไปมาใน กรุงเทพฯ ได้อย่างรวดเร็ว

การตัดสินใจย้าย อาจจะปฏิบัติได้ยาก แต่ถ้าตัดสินใจไปแล้วถูกรัฐบาล หรือ ลิ่วล้อ อำมาตย์ชาติชั่ว ขัดขวาง ก็จะเป็นการสร้างความชอบธรรมให้เราสามารถ ชุมนุมที่ราชประสงค์ต่อไป
ผมเชื่อมั่นว่า นี่จะเป็นทางออกทางยุทธศาสตร์ ที่ แกนนำน่าจะลองพิจารณาเปรียบเทียบ กับทางเลือกอื่นๆ ในสภาวะที่เราไม่อยากให้เกิดความสูญเสียขึ้นอีก

ผมต้องขอย้ำครับว่า

การย้ายทางยุทธศาสตร์ไม่ใช่การหนี หรือ ยอมแพ้

วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เทพควาย ณ เทื๊อก เทือก

มันคงอยากให้ นปช. เลิกชุมนุมจนตัวสั่น จึงได้กลั้นใจ ทำ ควายแตก ไปจนได้

หลังจากที่แกนนำ นปช. แถลงการณ์ ตอบข้อเสนอของมาร์ค ดดยมีข้อแม้ว่า ถ้า นปช. จะเลิกชุมนุม ก็ ต้องให้ เทพเทือกไปมอบตัว ในข้อหาฆาตกร สั่งการฆ่าพี่น้องประชาชนเมื่อวันที่ 10 เมษายน

ทันทีทันใด มาร์ค สั่งให้ลิ่วล้อ ออกมาแถลงโต้ ว่าเทือกจะเข้าพบ ผอ. DSI ทันทีในวันรุ่งขึ้น มันคงจะคิดว่าประชาชนคนไทยโง่มาก จนหลงเชื่อคำลวงของมัน

มันคงคิดว่า เสร็จอั๊วะหล่ะคราวนี้ นปช. ต้องเลิกชุมนุมแน่ๆ เพราะมันเข้าไป DSI

ทำไม เทพเทือกมันควายอย่างนี้ มันไม่เข้าใจหรือว่า มันต้องไปมอบตัวในสถานะผู้ต้องหา ไม่ใช่ เข้าไปในถานะผู้ตรวจราชการ

มันคงวางแผนหลอกประชาชนอีกสิว่า “นั่นไง ผม (เทพเทือก) ไปมอบตัวมาแล้วทำไม นปช. ยังไม่เลิกชุมนุมอีก” แล้วก็ตามถนัด คงใช้สื่อต่างๆในมือใส่ร้ายประชาชนว่า “เห็นมั๊ย นปช. เป็นคนไม่ดี ไม่รักษาคำพูด”

มันไม่รู้หรือว่า พี่น้องประชาชนเค้าเข้าใจดีว่า คดีที่ญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิต เค้าไปแจ้งความไว้นั้น มันยังไม่ได้ส่งมอบให้ไปเป็นคดีพิเศษ เพราะฉะนั้น DSI จึงยังไม่มีอำนาจสอบสวนในคดีเหล่านี้

ทำไม ไอ้เทือกมันควายอย่างนี้ หรือ มันหลอกตัวเองว่าประชาชนคนไทยโง่มากหรืออย่างไร

ทำไมมันถึงคิดว่า คนทั่วไปเค้าจะเชื่อว่ามันไปมอบตัว คดีสั่งฆ่าประชาชนมาแล้ว

ประชาชนอย่างเราตอบไม่ได้ หรอกครับ

เพราะพวกเรา ไม่ใช่


อย่างไอ้



ที่มันเริ่มกลายพันธ์ไปแล้วทุกวัน

ถ้าพี่น้องไม่ทราบ ควายบ้านเรา ฝรั่งเขาเรียก water buffalo

ปล. ชื่อเรื่องอ่านว่า เทพ ควาย นะ เทื๊อก เทือก

วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ขอให้พี่น้อง อย่ายอมแพ้ อย่าท้อแท้ พวกคุณคือกำลังใจ


ผมเห็น ผมรู้สึก ผมสัมผัสได้ถึงอุปสรรค ขวากหนามที่คอยทิ่มแทง บั่นทอนกำลังใจ บั่นทอนกำลังกาย อุปสรรคที่ผมเห็นชัดเจนจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากรัฐบาลปีศาจชุดปัจจุบัน รัฐบาลที่หวงอำนาจ กระหายความพินาศ รัฐบาลที่กระหายกลิ่นควันปืน เสียงระเบิด และ เลือดของพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์

อุปสรรคใหญ่หลวงของพี่น้องประชาชนผู้ชุมนุม คือ รัฐบาลทรราชหุ่นเชิดอำมาตย์ที่อำมหิตที่สุดในประวัติศาสตร์ ชาติไทย รัฐบาลที่ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตของคนไทยเกือบสามสิบชีวิต แต่ไม่มีความคิดที่จะรับผิดชอบใดๆ

อันธพาลใจเหี้ยมที่คอยลอบทำร้าย การดูถูกเหยียดหยาม การใส่ร้ายป้ายสีผ่านสื่อ ความไม่เข้าใจของคนกรุงในบางพื้นที่ การข่มขู่กดดันทั้งจากเจ้าหน้าที่รัฐ และ รัฐบาล คืออุปสรรคสำคัญที่พี่น้องประชาชนผู้มาชุมนุมจะต้องพบเจอ และ เป็นอุปสรรคที่รัฐบาลทรราชสร้างขึ้นอย่างหน้าด้านๆ

แสงแดดที่ร้อนแรง มลพิษของเมืองหลวง ก็เป็นอุปสรรคที่สำคัญเช่นกัน

สองเดือนที่ผ่านมา ผมรู้สึกทึ่ง ผมรู้สึกศรัทธรา ผมรู้สึกมีกำลังใจอย่างมากมาย จากพี่น้องประชาชนผู้ชุมนุม พี่น้องช่วยให้ผมมีกำลังใจที่จะยืนหยัดสู้ และ แน่วแน่มั่นคงที่จะร่วมสู้ต่อไปกับพี่น้องทุกคน

พี่น้องผู้ชุมนุมช่วยผมขจัดความท้อแท้ ความกังวล และ ความอ่อนล้าทางใจ พี่น้องผู้ชุมนุมยังช่วยเพิ่มความมั่นใจ เพิ่มกำลังใจให้ผม

พี่น้องคนเสื้อแดง พี่น้อง นปช. พี่น้องคนไม่มีสีไม่มีเส้น พี่น้องประชาชนที่ร่วมชุมนุม ทุกคนคือกำลังใจ ทุกคนคือฮีโร่ ทุกคนคืออัศวินม้าขาวที่จะช่วยผมกำจัด รัฐบาลปีศาจทรราชสมุนอำมาตย์หน้าไม่อาย ให้มันคืนอำนาจอธิปไตยกลับคืนสู่สังคมไทย

ผมขอแสดงความชื่นชม ความขอบคุณ ในสิ่งที่พี่น้องทำมาอย่างต่อเนื่องโดยสันติวิธี

ผมอยากบอกว่า ทุกคนคือกำลังใจของผม และ คนที่ผมรู้จักทุกคน ที่ร่วมต่อสู้เพื่อประเทศชาติ เพื่อให้พวกเราได้ลืมตาอ้าปาก ให้พวกเราได้ความเท่าเทียม ได้ประชาธิปไตยที่แท้จริง

ขอขอบคุณจากหัวใจครับ

นีโอคอน – 10 พ.ค. 2553

วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ขบวนการหลอกต้มประชาชนเริ่มชัดเจนขึ้นแล้ว



นับวันยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆกับขบวนการหลอกต้มประชาชน นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และบรรดาลิ่วล้ออำมาตย์ชาติชั่ว

ประชาชนยังไม่ทันหายสงสัยว่าทำไม มัน กลับกลายจาก หน้าเท้าเป็นหลังมือไปได้ ในเมื่อไอ้เทือกมันยังออกมาขู่ฆ่าจับตายแกนนำ จะสลายการชุมนุม ถ้าเผลอจะปราบ ถ้าขวางจะจับกุม ผ่านไปไม่ถึง 24 ชั่วโมง ไอ้มาร์ค ออกมาบอกว่า จะให้เลือกตั้งใหม่ วันที่ 14 พฤศจิกายน มาร์คจะปรองดองภายใต้ 5 ข้อเสนอสร้างภาพ

คนเขาสงสัยว่า มันจริงใจหรือปล่าว ตุ๊ดแก่สั่งมาหรือปล่าว ลับลวงพลางอีกหรือปล่าว ผ่านไปไม่กี่วัน หางมันเริ่มโผล่เหมือนที่ประชาชนสงสัย ถึงขนาดค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นแผนหลอกต้ม ครั้งใหม่

ถ้ามันคิดจะปรองดองกับ นปช. จริงๆ มันคงไม่ปล่อยไอ้ไก่อู ออกมาพล่ามไร้มารยาทขัดกับคำพูดของมันเอง

ถ้ามันคิดจะปรองดองกับพี่น้องประชาชน มันคงทยอย ปล่อยให้ people channel และสื่อ หรือ กระบอกเสียง อื่นๆของพี่น้องประชาชนได้ทำหน้าที่ตามปกติโดยไม่มีการขัดขวาง

ถ้ามันคิดจะปรองดองจริงๆ ทำไมมันต้องออกมาขู่ว่า ภายในวันที่ 15 พฤษภาคม ถ้าพี่น้องประชาชนไม่เลิกชุมนุมก็จะไม่ มีการเลือกตั้ง

ทำไมมันยังปล่อยให้ ลูกลิ่วลูกล้อ ออกมา พูดจาอาระวาด ยั่วยุ พี่น้องประชาชนอยู่ร่ำไป ถ้ามันคิดจะปรองดอง ทำไมมันให้กอปศักดิ์ ออกมาบอกให้ผู้หญิงและเด็ก กลับบ้านทันที

คำตอบคือว่า มันไม่ได้คิดจะปรองดองจริงๆ

คำตอบคือว่า มันแค่ถ่วงเวลา สร้างภาพ ลดแรงกดดัน จากสื่อ และ สังคม เพื่อหาทางใส่ร้ายป้ายสีพี่น้องประชาชนแบบใหม่ๆ

คำตอบคือว่า มันยังไม่อิ่มเอมกับอำนาจ และ ผลประโยชน์ มันยังสร้างภาพกลบความชั่วไม่มิด และ มันยังไม่เลิกคิดที่จะสลายการชุมนุม


คนเป็นนายกรัฐมนตรี ออกมานั่งหน้าทีวี บอกว่า รัฐบาลยอมทุกอย่างแต่ผู้ก่อการร้ายไม่ยอม ไอ้ผู้ก่อการร้ายนี่มันคงจะหมายถึง ประชาชนผู้ชุมนุม มันออกมาพูดอย่างนี้ได้ยังไง ไหนตัวเองเคยบอกว่าคนที่มาชุมนุมด้วยความบริสุทธิ์ใจก็มี

ขนาดเด็กๆฟังยังรู้เรื่องเลยว่า มันอ้างเหตุ อ้างมั่ว จะสร้างภาพให้พี่น้องประชาชนเป็นผู้ร้าย แถมยังบอกยกเลิกแผนปรองดองที่ตัวเองพูดออกมาหน้าด้านๆ เหมือนเลียน้ำลายที่พื้นกลับเข้าปากตัวเองใหม่

พี่น้องประชาชนยังไม่ทันหายสงสัย ว่าทำไมมันยอมง่ายๆ ที่ไหนได้ มันวางแผนไว้แล้ว ว่าไงๆ ก็ไม่ได้คิดจะปรองดองจริงๆ

นาทีที่พี่น้องประชาชนตัดสินใจกลับบ้าน มันก็จะเข้ากวาดจับแกนนำ ปิดลืมถาวร สื่อ และ กระบอกเสียงของพี่น้องประชาชน แล้ว ใส่ร้ายทางเดียว ว่า นปช. และ คนเสื้อแดงเป็นโจรเป็นผู้ร้าย

แค่มันอ้าปากยังไม่ทันเห็นลิ้นไก่ พี่น้องประชาชนเค้าก็จับโกหกได้ตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว

เห็นที่จะปรองดองกับมันไม่ได้ นปช. ต้องรีบเร่งดำเนินคดีมัน ทั้งในศาลไทย และ ระหว่างประเทศ

พี่น้องประชาชนควรจะเร่ง ดำเนินการตามแนวทางสันติวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเข้าชื่อถอดถอนมัน ระหว่างที่รอศาลพิจารณาคดียุบพรรค หรือ จะเป็นการขยายพื้นที่การชุมนุมให้ยาวออกไปในถนนสีลม

เรายังไม่เคยเห็นมัน ใส่ใจพี่น้องประชาชนแม้แต่เพียงชายหางตามามอง

วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ระลึก รำลึก ระทึก ปิดฉากแป๊ะลิ๊ม หรือ มาร์คเล่นละคร

ต้องยอมรับว่าความเชื่อใจระหว่างกันและกันมันไม่เหลืออยู่ ระหว่างประชาชนผู้ชุมนุมและ นายกรัฐมนตรี ไม่ต้องพูดถึงความเชื่อใจระหว่างประชาชนผู้ชุมนุมกับแป๊ะลิ๊ม ซึ่งมันสูญสิ้นไปนานแล้ว และ มันไม่มีทางที่จะหวนคืนกลับมาได้แม้แต่นิดเดียว ระหว่างประชาชนผู้ชุมนุม และ มาร์ค นั้น ประชาชนเหลืออยู่เพียง บางเบายิ่งกว่าเส้นด้ายที่ใกล้ขาดรอน หรือ ใยแมงมุมที่กำลังโดนไฟรน

ข้อเท็จจริงเดียวที่พี่น้องประชาชนจะใช้ ตัดสินใจในความไว้วางใจ ที่จะมอบให้ชายไทยหนีทหารชื่อมาร์คนั้น มันเหลืออยู่เพียงการกระทำ และ ความประพฤติ นับจากนี้เป็นต้นไป

จากข้อมูลล่าสุดที่ได้รับการปิดเผยจาก นักการเมืองในพรรคแกนนำรัฐบาล ชี้ให้เห็นว่า สนธิลิ้ม หรือ แป๊ะลิ๊ม ของพวกเรานั้นได้หนีคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง จากการเผยแพร่ซ้ำ ข้อมูลการหมิ่นสถาบัน หนีไปกบดานอยู่ที่ฮ่องกง และกำลังจะถูกดำเนินคดีผู้ก่อการร้ายสากล จากกิจกรรมยึดสนามบิน ของพันธมิตร

ดูเผินๆเหมือน มาร์ค กำลังจะเริ่มปล่อยให้ คดีต่างๆดำเนินไปตามระบบ ดูเหมือนกำลังพยายามจะลดข้อครหาเรื่องสองมาตรฐาน หลังจากที่คดีเหล่านี้ถูกดองเอาไว้เป็นเวลากว่า ปี


การปิดสนามบินมีหลักฐาน เป็นประกาศจาก แถลงการณ์พันธมิตรฉบับ 26/2551ให้ยกระดับการชุมนุม และเพิ่มมาตรการอารยะขัดขืนโดยการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ สร้างความเสียหาย 2.9 แสนล้านบาท ประเมินโดยเจ้าหน้าที่จากธนาคารแห่งประเทศไทย และ พยานในคดีก็เป็น ผอ. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งได้เป็นพยานคดีที่ ศาลแพ่งสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ พันธมิตรออกจากพื้นที่สนามบิน ยุติการปิดสนามบิน ทั้งหมดนี้มีหลักฐานชัดเจน

แต่เนื่องจากความเชื่อใจระหว่าง ประชาชนที่มีต่อมาร์ค นั้น แทบเรียกได้ว่าไม่เหลืออยู่แล้ว ดังนั้นประชาชนจะต้องรอดูพฤติกรรม ว่ามาร์คจะเอาจริงกับ พันธมิตรหรือไม่

และที่สำคัญ มาร์ค ต้องเร่งแสดงความจริงใจที่จะปรองดองโดยการยกเลิก พรก. ฉุกเฉินร้ายแรง, พรบ. ความมั่นคง และ ถอนทหารออกจากกรุงเทพฯ รัฐบาลจะต้องเร่งคืนช่องทางการสื่อสารของพี่น้องประชาชน โดยการยกเลิกคำสั่งปิดกั้น ทีวี วิทยุ อินเตอร์เนต และ สื่อสาร อื่นๆ ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีอาญาต่างๆ ในทันที

หากทำเช่นนี้ มาร์ค จะยังคงสามารถเก็บรักษา เส้นด้ายที่ใกล้ขาดรอน ฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้ได้ แต่ถ้าหาก มาร์คไม่ยอมปฏิบัติกิจการที่กล่าวข้างต้น ก็จะทำให้ประชาชนคิดได้ว่า นั่นเป็น เพียงการเล่นละคร

เป็นเพียงละครตบตาประชาชน จากคนที่มีจิตใจอำมหิต อย่างที่มิอาจให้ความหวังได้

จริงใจ หรือ เล่นละคร การกระทำต่อจากนี้จะเป็นประเด็น